วิธีการใช้ยาหยอดหู

ให้ล้างมือให้สะอาดก่อนทำการหยอดหูทุกครั้ง ให้ทำการเปิดฝาขวดยาโดยไม่ทำการคว่ำฝาขวดยาลงไปบนพื้นโต๊ะ หลังจากนั้นใช้นิ้วมือบีบจุกยางจุ่มและดูดยาขึ้นมา
– ปรับอุณหภูมิยาหยอดหูโดยกำในอุ้งมือประมาณ 2-3 นาที
– เอียงศีรษะให้ข้างที่จะหยอดอยู่ด้านบน
– กรณีใช้ในเด็กแนะนำให้เด็กนอนตะแคง
– หยดยาเข้าไปตามที่กำหนด
อย่าสอดหลอดหยดเข้าไปในรูหู
– เอียงศีรษะในท่าเดิมประมาณ 3-5 นาที

วิธีการใช้ยาพ่นจมูก

วิธีการใช้ยาพ่นจมูก ยาพ่นจมูกเป็นยาที่ใช้ในการพ่นจมูกเพื่อรักษาอาการภูมิแพ้ ในกรณีที่ใช้ยาหยอดจมูก ไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 5 วันเพราะอาจทำให้เป็นหนักมากขึ้นได้ ส่วนประกอบของยาจะมีกระบอกยา แป้นสำหรับกดยา และปากกระบอกยา ขั้นตอนแรกล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่อย่างถูกวิธี จากนั้นให้แกะยาออกมาจากกล่อง ก่อนจะพ่นยาต้องทำการกำจัดน้ำมูกออกจากจมูกให้หมด จากนั้นนั่งตัวตรงและเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย หรือก้มหน้าลงจากนั้นให้ทำการปิดปาก ทำการเขย่าขวดยาและเปิดฝาออก หากใช้งานครั้งแรกให้ทำการลองพ่นยาออกมาก่อน เพื่อตรวจสอบว่ารู่พ่นไม่ตัน จากนั้นสอดปลายกระบอกยาเข้าที่รูจมูก จากนั้นใช้นิ้วมืออีกข้างปิดจมูกอีกข้าง การพ่นต้องเอียงปลายหลอดพ่นชี้ไปทางผนังด้านนอกจมูก และกดยาพร้อมสูดหายใจเข้าช้าๆ กลั้นหายใจ 2-3 วินาที พ่นจมูกอีกข้างด้วยวิธีเดียวกัน ในกรณีที่ต้องพ่นมากกว่า 1 ครั้ง ให้พ่นข้างใดข้างหนึ่งให้เสร็จก่อน จากนั้นจึงจะพ่นอีกข้างตาม เมื่อเสร็จแล้ว ทำความสะอาดและปิดฝาเก็บให้เรียบร้อย

วิธีการใช้ยาป้ายตาด้วยตัวเอง

อยู่คนเดียวก็ทำเองได้ง่ายๆ ป้ายตาด้วยตัวเอง คอนเทนต์ดีๆจากช่อง youtube ที่มีชื่อว่า Eye Eye by แม่ตาหวาน ซึ่งจะมานำเสนอการใช้ยาป้ายตาด้วยตัวเอง โดยการที่จะป้ายตานั้นควรเริ่มต้นด้วยการล้างมือให้สะอาดโดยการฟอกสบู่ หลังจากที่ล้างมือเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เช็ดให้แห้ง มาในส่วนของการป้ายตาต้องมีกระจกและตัวยาขี้ผึ้ง หากยาอยู่ในตู้เย็น เมื่อนำออกมาแล้วควรปล่อยไว้สักพักให้ยาคลายตัวเพื่อความสะดวกสบายในการป้าย ส่วนมากยาควรใช้ก่อนนอน ก่อนใช้ยาควรทำความสะอาดเปลือกตาอย่างถูกวิธีจากนั้นเช็ดให้แห้ง หากมียาหยอดและยาป้ายจากจักษุแพทย์ ควรใช้ยาหยอดก่อนค่อยใช้ยาป้าย เวลาวางฝาจุกควรวางฝาจุกแบบนอน หากวางคว่ำอาจจะมีการติดเชื้อได้ ให้ทำการใช้นิ้วชี้ดึงเนื้อตาลง และป้ายยาลงไปที่เนื้อตา เวลาป้ายห้ามให้ตัวหลอดโดนกับผิวหนังเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ

วิธีการใช้ยาพ่นจมูก

สำหรับใครที่มีอาการคัดจมูก หายใจไม่สะดวก หรือเป็นภูมิแพ้ วิดีโอนี้จะมาแนะนำวิธีการใช้ยาพ่นจมูกแต่ละประเภทให้ถูกวิธี โดยยาพ่นจมูกจะมีด้วยกัน 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่ 1.น้ำเกลือพ่นจมูก สำหรับเพิ่มความชุ่มชื้นภายในโพรงจมูก 2.ยาพ่นจมูกกลุ่มสเตียรอยด์สำหรับการลดการอักเสบภายในโพรงจมูก 3. ยาพ่นจมูกสำหรับบรรเทาอาการคัดจมูก เริ่มที่จับขวดยาในลักษณะตั้งตรง โดยยาแต่ละตัวจะกดยาต่างกันตามแต่ละชนิด เปิดฝาแล้วเขย่า ในกรณีที่ใช้ยาครั้งแรกให้กดประมาณ 3-5 ครั้งเพื่อไล่อากาศออกจนกระทั่งยาถูกพ่นออกมาในลักษณะที่เป็นละออง กดพ่นยาโดยกดนิ้วชี้และนิ้วกลางลงบนแป้นกดอย่างเต็มที่ เพื่อให้ยาถูกพ่นเข้าสู่โพรงจมูก หลังพ่นยาไม่ควรสั่งน้ำมูกทันที ในกรณีที่เป็นยากลุ่มสเตียรอยด์ ควรบ้วนปากหรือแปรงฟันเพื่อลดการเกิดเชื้อราในช่องปาก เมื่อใช้เสร็จแล้วให้ทำความสะอาดปลายหลอดโดยใช้ผ้าแห้ง ห้ามล้างน้ำ

วิธีการใช้ยาสอดช่องคลอด

บ้านยายิ้มภูมิใจนำเสนอวิธีการใช้ยาเหน็บช่องคลอดในวิธีที่ถูกต้อง เนื่องจากผู้หญิงหลายคนไม่รู้ว่าวิธีใช้ยาเหน็บช่องคล่องนั้นจริงๆแล้วใช้ยังไง ส่วนวิธีมีลำดับการดังนี้
1.ล้างมือให้สะพาน
2.แกะซองยา + จุ่มเม็ดยาให้สะอาด
3. นอนหงานและชันหัวเก่าขึ้น หลังจากนั้นแยกขาออก หลังจากนั้นสอดยาในช่องคลอดให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้
วิธีการใส่ยาเหน็บวิธีแรกคือการใช้มือโดยการสอดเข้าไปโดยใช้นิ้ว ดันไปให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ วิธีการที่สองคือการใส่โดยใช้เครื่องมือ ให้ถึงเม็ดสูบออกใส่เม็ดยาลงช่องใส่ยา แล้วนำเครื่องมือที่ใส่เม็ดยาแล้วไปจุ่มน้ำประมาณ 1-2 วินาทีเช่นเดิน หลังจากนั้นค่อยๆสอดเข้าไปในช่องคลองเบาๆ หลังจากนั้นค่อยๆนำนิ้วดันก้านสูบๆเบา หลังใส่ยาเสร็จให้นอนนิ่งๆประมาณ 15 นาที เพื่อไม่ให้ยาไหลออกจากช่องคลอด

หลักการใช้ยา

หลักการใช้ยาจากโรงเรียนอนุบาลโชค มีไว้เพื่ออธิบายหลักการในการใช้ยา โดยเริ่มให้นิยามของยาว่า ยา หมายถึง สิ่งที่ใช้แก้หรือป้องกันโรคต่างๆในคนและสัตว์ให้พ้นจากการทรมานหรือการเจ็บป่วย ยาสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภท 1 ยาสมุนไพร ซึ่งได้มาจากส่วนต่างๆของพืช และมีที่ได้จากสัตว์เช่นกัน หรือได้จากแร่อาตุก็มีเช่นกัน 2 ยาที่ผลิตขึ้นเอง ได้แก่ ยาเม็ด ยาน้ำ ยาลม ยาเหน็บ ยาขึ้ผึ้ง ยาพ่น และยาครีม ก่อนกินยาทุกครั้งต้องมีความรู้เรื่องการใช้ยาให้ถูกต้องโดยการ 1 อ่านฉลากยาทุกครั้งก่อนใช้ยา ซึ่งฉลากยาจะบอกข้อมูลต่างๆที่สำคัญไว้หมดแล้ว โดยฉลากยาแบ่งเป็นสองประเภทได้แก่ฉลากภายนอก และภายใน 2 ใช้ยาให้ตรงกับโรคโดยการปรึกษาแพทย์หรือเภสัชก่อนใช้งาน 3 ใช้ยาให้ถูกวิธี 4ใช้ยาให้ถูกกับบุคคล เพราะแต่ละคนนั้นใช้ยาไม่เหมือนกัน 5 ใช้ยาให้ถูกขนาด